วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2557

อาชีพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ


วิศวกรรมซอฟต์แวร์และคอมพิวเตอร์ (Computer Software Engineering)


อาชีพผู้บริหารข้อมูล   (Database   Administrators   :   DNA)

      เนื่องจากระบบสารสนเทศมักจัดเก็บไว้อยู่ในศูนย์กลางหรือเรียกว่า  Central Database   ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับฐานข้อมูลเพื่อดูแลจัดการให้สามารถดำเนินธุรกรรมใด ๆ 
ได้อย่างราบรื่น   ตำแหน่งหน้าที่นี้ต้องมีความเชี่ยวชาญทางฐานข้อมูลสามารทำการออกแบบพัฒนาตารางข้อมูลต่าง ๆ  การออกแบบฟอร์มคิวรี   (Queries)   และรายงานต่าง ๆ เพื่อใช้ในหน่วยงานรวมถึงการใช้ชุดคำสั่งภาษา   SQL  ในการจัดการกับฐานข้อมูล  หากฐานข้อมูลเกิดข้อขัดข้องประการใด ก็จะต้องมีทักษะและความสามารถในการจัดการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้

อาชีพวิศวกรรมซอฟต์แวร์  

      เป็นศาสตร์เกี่ยวกับวิศวกรรมมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการใช้กระบวนการทางวิศวกรรมในการดูแลการผลิต ตั้งแต่การเริ่มเก็บความต้องการ การตั้งเป้าหมายของระบบ การออกแบบ กระบวนการพัฒนา การตรวจสอบ การประเมินผล การติดตามโครงการ การประเมินต้นทุน การรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงการคิดราคาซอฟต์แวร์ เป็นต้น  เนื่องจากในปัจจุบัน ซอฟต์แวร์มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องมีการวิศวกรรมที่จะควบคุมและดำเนินการผลิต ที่มีประสิทธิภาพ สามารถวัดผลได้ และ สามารถตรวจหาข้อผิดพลาดพร้อมสาเหตุได้ อย่างสะดวกและรวดเร็ว เพื่อให้สามารถปรับปรุงแก้ไขซอฟต์แวร์ตั้งแต่อยู่ในระหว่างการผลิตได้อีกทั้งยังมีการทบทวนและตรวจสอบในแง่ของศาสตร์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั้น วิศวกรรมซอฟต์แวร์ เป็นหนึ่งในห้าสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ ซึ่งประกอบด้วย สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือวิทยาศาสตรคอมพิวเตอร์ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือสาร และ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ หรือ ระบบสารสนเทศทางธุรกิจ


วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ประเภทของสื่อการเรียนรู้

ไฮเปอร์เท็กซ์


          ข้อความหรือกลุ่มของข้อความที่ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันโดยมีการนำเสนอแบบปฏิสัมพันธ์ โดยการนำข้อความที่ใช้ มาเป็นจุดเชื่อมโยง ซึ่งจะมีลักษณะเด่นกว่าข้อความอื่น เช่น การขีดเส้นใต้ การเน้นด้วยสี ตัวหนา หรือตัวเอียง เป็นต้น

องค์ประกอบของระบบไฮเปอร์เท็กซ์ ประกอบด้วย

พอยต์ (Point) 

        หมายถึง กลุ่มคำ หรือ วลี ที่เป็นข้อความพิเศษ ที่แสดงว่ามีการเชื่อมโยงเกิดขึ้น เช่น การขีดเส้นใต้ การเน้นด้วยสี หรือตัวหนา เพื่อทำให้รู้ว่า เป็น พอยต์ เมื่อผู้อ่านเลื่อนเคอร์เซอร์มาถึงพอยต์ เคอร์เซอร์จะเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์อื่น เช่น รูปมือ

โหนด (Node) 

        หมายถึง กลุ่มคำของข้อมูลที่สัมพันธ์กันหรือเป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งถูกจัดไว้เป็นกลุ่มเดียวกัน ซึ่งในโหนดนั้น อาจมีพอยต์มากกว่าหนึ่งพอยต์ก็ได้ ความหมายของโหนดนั้นไม่สามารถระบุได้ตายตัว โหนดหนึ่งโหนดอาจเปรียบเทียบได้กับเนื้อหาข้อมูลที่เขียนขึ้นมาอยู่บนกระดาษแผ่นเดียวกัน

ลิงค์ (Link) 

 

         หมายถึง การเชื่อมโยงเอกสารจากต้นทางไปปลายทาง จำแนกลิงค์ออกได้เป็น 3 ชนิด ประกอบด้วย
  1. ลิงค์ชนิดอ้างถึง (Referential Link)  ใช้สำหรับเชื่อมโยงโดยอ้างถึงโดยตรงระหว่างจุดสองจุด เช่น ปุ่มที่มีข้อความลิงค์ไปข้างหน้า หรือย้อนกลับ
  2. ลิงค์ชนิดแผนภูมิ (Organization Link) มีความคล้ายคลึงกับลิงค์ชนิดอ้างถึง จะแตกต่างกันตรงที่ เป็นการเชื่อมโยงระหว่างโหนดด้วยกันในลักษณะที่เป็นโครงสร้างเป็นชั้นๆ  (ไฮราคี่)
  3. ลิงค์ชนิดคีย์เวิร์ด (Keyword Link) เป็นการนำกลุ่มคำหรือวลีต่างๆ ที่มีความหมายและสัมพันธ์ระหว่างกันมาเชื่อมโยงด้วยวิธีการเดียวกับการลิงค์ชนิดอ้างถึงหรือแผนภูมิ

ตัวอย่าง


วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ตัวอย่างโครงงานคอมพิวเตอร์


ชื่อโครงงาน : กระดานอัจฉริยะ (SmartBoard)

ชื่อผู้ทำโครงงาน : นาย อรรถบูรพ์ สานุตร์ 
                           นาย นายจุฬากร อริธชาติ  
                           นาย สรรพสิทธิ พงศทัต

ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา : ผศ.ดร.จิตร์ทัศน์ ฝักเจริญ 

สถาบันการศึกษา : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 

ระดับชั้น : ปริญญาตรี 

หมวดวิชา : คอมพิวเตอร์ 

วัน/เดือน/ปี ทำโครงงาน  : 1/1/2541

บทคัดย่อ
          โครงการนี้ทำขึ้นเพื่อส่งเสริมการศึกษาของประเทศไทยในวิชาฟิสิกส์ โดยกลุ่มผู้จัดทำมีแนวคิดที่ว่า ภาพเคลื่อนไหวและกราฟจะช่วยให้นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายสามารถเข้าใจวิชาฟิสิกส์ และ เกิดความสนใจในวิชาฟิสิกส์มากยิ่งขึ้น 
          นอกจากนี้ โปรแกรมนี้ยัง ส่งเสริมการเรียนรู้และความรู้ทางด้านฟิสิกส์ในเด็กชั้นประถมศึกษา เด็กจะได้รับความรู้ทางด้านฟิสิกส์เบื้องต้นผ่านการวาดภาพ และ ภาพเคลื่อนไหวของวัตถุต่างๆ 
          การทำงานของโปรแกรมคือ โปรแกรม Smart board จะทำการจดจำภาพที่นักเรียนได้วาดในโปรแกรมโดยอิสระ เมื่อนักเรียนได้กดปุ่มแสดงภาพเคลื่อนไหว โปรแกรมจะทำการคำนวณ แรง และ ทิศทาง ของวัตถุในภาพ และ แสดงออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหว และกราฟ ของวัตถุต่างๆ ตามกฎฟิสิกส์

สรุป : โครงงานชิ้นนี้สามารถทำให้ นร. มีสื่อการเรียนการสอนได้ดีขึ้น ใน บางรายวิชาเช่น รายวิชาฟิสิกส์ และ Smart Board สามารถเล่นสื่อต่างๆได้อีกด้วย

แหล่งที่มา : http://www.vcharkarn.com/project/view/435 

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ประโยชน์ของโครงงานคอมพิวเตอร์

ประโยชน์ของโครงงานคอมพิวเตอร์


โครงงานคอมพิวเตอร์พัฒนาผู้ทำโครงงานอย่างไรบ้าง

1. ผู้เรียนรู้จักใช้สื่อคอมพิวเตอร์เผยแพร่ข่าวสาร ความรู้ให้แก่บุคคลอื่นๆได้ใช้ประโชน์
2. สามารถใช้คอมพิวเตอร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีประสิทธิภาพ
3. ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มีความรู้ใหม่ๆในการสร้างสื่ออิเล็คทรอนิกส์ สามารถนำไปใช้ในอนาคตของผู้เรียนได้
4. สามารถบริหารเวลาว่างให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและแก่ผู้อื่น

โครงงานคอมพิวเตอร์พัฒนาสังคมอย่างไรบ้าง

1.ทำให้ชุมชนมีความสนใจในคอมพิวเตอร์
2.สามารถทำงานร่วมกันในชุมชนและมีความสามัคคี
3.เป็นการบูรณาการนำเอาวิชาความรู้ต่างๆมาทำเป็นโครงงานแล้วนำเสอต่อชุมชน

โครงงานคอมพิวเตอร์พัฒนาประเทศชาติอย่างไร

1.ทำให้เกิดการพัฒนาทางด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีมากขึ้น
2.มีการสร้างสรรค์เทคโนโลยีต่างๆขึ้นมาใช้ในประเทศ 
3.ทำให้ประเทศชาติมีความก้าวหน้า


                                                                                        

วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2556

โคงงานคอมพิวเตอร์

ความหมายของโครงงานคอมพิวเตอร์


      โครงงาน (Project Approach) คือ กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ ผู้เรียนได้ทำการศึกษาค้นคว้าและฝึกปฏิบัติด้วยตนเองตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หรือกระบวนการอื่นๆ ไปใช้ในการศึกษาหาคำตอบ โดยมีครูผู้สอนคอยกระตุ้นแนะนำและให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเลือกหัวข้อที่จะศึกษา ค้นคว้า ดำเนินงานตามแผน กำหนดขั้นตอนการดำเนินงานและการนำเสนอผลงาน ซึ่งอาจทำเป็นบุคคลหรือเป็นกลุ่ม
โครงงาน คือ การศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือหลายๆสิ่งที่อยากรู้คำตอบให้ลึกซึ้ง
หรือเรียนรู้ในเรื่องนั้นๆให้มากขึ้น โดยใช้กระบวนการ วิธีการที่ศึกษาอย่างมีระบบ เป็นขั้นตอน

มีการวางแผนในการศึกษาอย่างละเอียด ปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้ จนได้ข้อสรุปหรือผลสรุปที่เป็นคำตอบในเรื่องนั้นๆ

ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์มีกี่ประเภท อะไรบ้าง



      คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยในทุก ๆ สาขาวิชา ดังนั้นโครงงานคอมพิวเตอร์จึงมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก ทั้งในลักษณะของเนื้อหา กิจกรรมและลักษณะของประโยชน์หรือผลงานที่ได้ ซึ่งอาจแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 5 ประเภท คือ 
  1. โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)
  2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development)
  3. โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี (Theory Experiment)
  4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application)
  5. โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)

ที่มา :
http://pnamboay.wordpress.com/category/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E/

 http://tc.mengrai.ac.th/kruyuy/e-learning/project/unit1/01_2.html